สารพิษตกค้างในผักผลไม้

 สารพิษตกค้างในผักผลไม้

ในปัจจุบัน  กระแสนิยมเรื่องราวของสุภาพได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก    ผักผลไม้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญของผู้รัก
สุขภาพ   เนื่องจากผักผลไม้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน
ต่างๆ รวมถึงเส้นใยของผักผลไม้ยังช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติอีกด้วย

          นอกจากสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในผักผลไม้ที่จะได้รับจากการรับประทานแล้ว ผักผลไม้บางชนิดยังมีประโยชน์มากกว่าการเป็นอาหาร นั่นคือ
สรรพคุณทางยา เช่น บร็อคโคลี่ โดยสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่าบร็อคโคลี่เป็นพืชที่ช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีกะหล่ำปลี
รักษาโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือดและต้านมะเร็ง ผักกาดขาว ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอและขับเสมหะ มะเขือเปราะ
ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ขับปัสสาวะและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย คะน้า มีแคลเซียม สารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุนและมะเร็ง

 ด้วยสรรพคุณที่มากมายเหล่านี้ ผู้บริโภคจึงนิยมหันมารับประทานผักผลไม้กันมากขึ้น เพราะต้องการดูแลบำรุง รักษาสุขภาพของตนเองให้
แข็งแรงอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะตระหนักดีว่าผักผลไม้ที่รับประทานนั้นจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่ยังมีข้อวิตกกังวลอยู่ในเรื่องของสารพิษ
ตกค้างจากการเพาะปลูก ว่าแท้จริงแล้วผักผลไม้เหล่านี้จะเกิดประโยชน์หรือมีโทษมากกว่ากัน… เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญ

           หากเราซื้อผักผลไม้ตามท้องตลาดมาบริโภคคงหนีไม่พ้นสารพิษตกค้างอยู่     ถ้าเราบริโภคแม้จะในปริมาณน้อยก็ตาม แต่หากบริโภคเป็น
ประจำอาจจจะเกิดการสะสม ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งในเรื่องของประสาทสัมผัส  การเคลื่อนไหวบกพร่อง เกิดความผิดปกติ
ทางกายภาพของต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสารป้องกันกำจัดแมลงบางชนิดมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง  เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งตับอ่อน มะเร็งเต้านม และมะเร็งผิวหนัง

           กลุ่มพัฒนาการตรวจสอบพืชและปัจจัยการผลิต สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้ทำการตรวจสอบ
สารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรเขตภาคอีสานตอนบน ในผลผลิตพืช 85 ชนิด จำนวน 4,338 ตัวอย่าง ระหว่างปี 2551 – 2554 พบว่ามีสาร
พิษตกค้างในปริมาณที่ปลอดภัย 878 ตัวอย่าง  คิดเป็น 20% ของตัวอย่างทั้งหมด  และพบสารพิษตกค้างเกินค่าความปลอดภัย 157 ตัวอย่าง  คิด
เป็น 4% ของตัวอย่างทั้งหมด

     สำหรับชนิดที่พบสาพิษตกค้างเกินค่าความปลอดภัย      ประกอบด้วย   แตงกวา  มะเขือเปราะ  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว  กะหล่ำปลี  คะน้า
บร็อคโคลี่  พริก พริกหยวก กะหล่ำดอก กวางตุ้ง มะเขือเทศ พุทรา และมะม่วง โดยมีระดับเปอร์เซ็นต์การตรวจพบ ดังนี้

ชนิดพืช
การตรวจพบสารพิษ
ตกค้างเกินค่า
ความปลอดภัย
ชนิดพืช
การตรวจพบสารพิษ
ตกค้างเกินค่า
ความปลอดภัย
แตงกวา
11.9
พริก
7.6
มะเขือเปราะ
11.5
พริกหยวก
5.0
ถั่วฝักยาว
11.0
กะหล่ำดอก
3.3
ผักกาดขาว
10.0
กวางตุ้ง
2.4
กะหล่ำปลี
9.5
มะเขือเทศ
1.2
คะน้า
9.4
พุทรา
1.1
บร็อคโคลี่
7.7
มะม่วง
0.7

    ชนิดของสารพิษตกค้างที่พบมากที่สดคือ cypermethrin และ chlorpyrifos     ซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพในการกำจัด
แมลงได้ดีและราคาไม่แพง สังเกตได้จากชนิดพืชที่พบสารเกินค่าความปลอดภัยเป็นผักผลไม้ มักเป็นชนิดที่ผู้บริโคนิยมรับประทาน สามารถหาซื้อ
ได้ตลอดทั้งปี   เกษตรกรจึงต้องผลิตให้ได้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค  เป็นสาเหตุทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อให้ได้ผล
ผลิตปริมาณมาก สวยงาม ไม่ถูกแมลงกัดแทะ

          ดังนั้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรร่วมมือกันแก้ปัญหาสารพิษตกค้างที่เกิดขึ้น    เจ้าหน้าที่ควรให้ความรู้คำแนะนำแก่เกษตรกรในเรื่องของการใช้
สารป้องกันกำจัดแมลง    ใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น     โดยใช้ในอัตราและความถี่ที่ถูกต้องรวมทั้งควรคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและตัว
เกษตรกรเอง

   ในส่วนผู้บริโภคนั้น  ควรให้ความสำคัญในการหลีกเลี่ยงสารพิษตกค้างในผักผลไม้ มีการป้องกันในเบื้องต้นโดยล้าง  ปอกเปลือกผักผลไม้
ก่อนบริโภค เลือกบริโภคผักผลไม้ตามฤดูกาล ไม่ควรรับประทานผักผลไม้ชนิดเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน   ควรเลือกรับประทานให้หลากหลาย เพื่อให้
ร่างกายมีเวลานานพอที่จะช่วยขับ และกำจัดสารพิษบางชนิดออกจากร่างกาย     ก่อนที่จะมีการสะสมปริมาณสารพิษจนก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย
ควรเลือกรับประทานผักที่ผ่านความร้อนมาแล้ว    เพราะความร้อนสามารถทำลายสารพิษตกค้างหลายชนิด     และควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมา
บริโภคผักพื้นบ้าน   เนื่องจากผักพื้นบ้านที่ขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ได้ปลูกเป็นการค้า  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง  และผักบางชนิดมีกลิ่นตาม
ธรรมชาติที่แมลงไม่ชอบ การบริโภคผักพื้นบ้านจึงมักปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง

           การใช้สารป้องกันกำจัดแมลงไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย    เพียงแต่เกษตรกรควรใช้ในปริมาณ  ระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ผลผลิตที่ได้นั้นปลอด
ภัยจากสารพิษตกค้าง และที่สำคัญในทุกขั้นตอนการเพาะปลูกเกษตรกรควรคำนึงถึงสุขภาพของตนเองและผู้บริโภคเป็นหลัก

Advertisements

Posted on กุมภาพันธ์ 20, 2015, in สารพิษต่างๆ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: